Bluetooth เป็นเทคโนโลยีของอินเตอร์เฟซทางคลื่นวิทยุ (คือ การทำงานที่ใช้ไมโครชิพขนาด 9 มม. X 9 มม. ซึ่งทำงานเป็นตัวเชื่อมที่ใช้สัญญาณวิทยุขนาดระยะสั้ นและมีราคาถูก) ใช้ในการเชื่อมโยงสื่อสารไร้สายในแถบความถี่ 2.45GHz ทำให้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ที่ถือเคลื่อนย้ายได้สามาร ถติดต่อเชื่อมโยงสื่อสารแบบไร้สายระหว่างกันในช่วงระ ยะห่างสั้น ๆ ได้
ที่มาของคำว่า Bluetooth
ชื่อ Bluetooth มาจากกษัตริย์สแกนดิเนเวียองค์หนึ่งในสมัยศตวรรษที่ 10 ผู้มีนามว่า Harald Bluetooth ซึ่งได้เคยรวบรวมอาณาจักรต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างมีสันติได้ ดังนั้น Bluetooth จึงเป็นเสมือนชื่อที่ใช้แทนการนำมาตรฐานต่างๆ ที่แข่งขันกันในโลกเทคโนโลยีสมัยนี้มารวมกันโดยใช้อุ ปกรณ์ร่วมกันเพียงอย่างเดียวได้อย่างสันติ
การนำ Bluetooth มาใช้งาน
3.1 Cable Replacement
จุดประสงค์แรกของ Bluetooth ที่ออกมาก็เพื่อกำจัดสายเชื่อมต่อต่างๆ
3.2 Ad Hoc Networking
เป็นการใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุมาใช้ในการสื่อสารข้อม ูลทำให้การทำงานแบบเน็ตเวิร์กที่แตกต่างจากวิธีดั้งเ ดิม และสามารถเชื่อมกับระบบเน็ตเวิร์กเมื่อใดก็ได้ที่ต้อ งการ
3.3 Data / Voice Access Point ใช้ในการรับสัญญาณข้อมูล และเสียงจากแม่ข่าย (อังผมร กลางชนีย์ 2543: 120)
เป้าหมายของ Bluetooth
เทคโนโลยีบลูทูธพัฒนาขึ้นมา โดยมีเป้าหมายคือ
4.1 Low cost implementation พัฒนาให้มีราคาต่ำ ที่สามารถให้คนทั่วไปใช้ได้
4.2 Small implementation size ทำให้บลูทูธมีขนาดเล็กที่สุด เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก
4.3 Low power consumption ให้บลูทูธใช้พลังงานในการทำงานน้อย เพื่อให้สามารถติดต่อกันได้โดยไร้ข้อจำกัด
4.4 Robust, high quality data & voice transfer พัฒนาให้บลูทูธมีความทนทานในการใช้งานและสามารถส่งทั ้งข้อมูลและเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.5 Open global standard เป็นมาตรฐานเปิด คือให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ ทำให้เทคโนโลยีพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว (Bluetooth 2001)
ผู้นำเทคโนโลยี Bluetooth
สมาชิกของ Bluetooth SIG (Special Interest Group) ที่เป็นผู้ริเริ่มเทคโนโลยีนี้ร่วมกันมีอยู่ด้วยกัน 5 บริษัท ได้แก่ Ericsson, IBM, Intel, Nokia และ Toshiba ในวันที่ 1 ธันวาคม ปี 1999 ต่อมากลุ่มบริษัทผู้ริเริ่มทั้งห้าออกมาประกาศว่า บริษัท3Com, Lucent, Microsoft และ Motorola ได้ร่วมเป็นสมาชิกเพื่อก่อตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมานั่นก็ คือกลุ่ม Promoter จนถึงปัจจุบันมีบริษัทกว่า 1,300 บริษัท ที่ลงนามกับเทคโนโลยีนี้เรียบร้อยแล้ว
อุปกรณ์ที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีบลูทูธ ต้องผ่านการทดสอบจาก SIG ของ Bluetooth เสียก่อนเพื่อยืนยันว่ามันสามารถที่จะทำงานร่วมกับอุ ปกรณ์บลูทูธตัวอื่นๆ และอินเตอร์เน็ตได้
ลักษณะการทำงานของบลูทูธ
การอธิบายโดยย่อ คือ บลูทูธเป็นเทคโนโลยีของอินเตอร์เฟซทางคลื่นวิทยุ ใช้ในการเชื่อมโยงสื่อสารไร้สายในแถบความถึ่ 2.45GHz ทำให้อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ที่เคลื่อนย้ายได้สามารถติ ดต่อสื่อสารกันแบบไร้สายระหว่างกันในระยะห่างสั้นๆ ได้ อุปกรณ์แต่ละตัวสามารถติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้สูงสุดถึง 7 ตัวพร้อมกัน เราเรียกเครือข่ายการติดต่อนี้ว่า Piconet ยิ่งไปกว่านั้น อุปกรณ์แต่ละตัวยังสามารถสังกัดอยู่กับเครือข่าย Piconet ได้หลายเครือข่ายพร้อมกันอีกด้วย
เทคโนโลยีการส่งคลื่นวิทยุของบลูทูธจะใช้การกระโดดเป ลี่ยนความถึ่ (Frequency hop) เพราะว่าเทคโนโลยีนี้เหมาะที่จะใช้กับการส่งคลื่นวิท ยุที่มีกำลังส่งต่ำและราคาถูก โดยจะแบ่งออกเป็นหลายช่องความถึ่ขนาดเล็ก ในระหว่างที่มีการเปลี่ยนช่องความถึ่ที่ไม่แน่นอนทำใ ห้สามารถหลีกหนีสัญญานรบกวนที่เข้ามาแทรกแซงได้
เพิ่มเติม
-ระยะทาง : ให้การเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพด้วยความเร็ว 1 เมกะบิตต่อวินาทีที่ระยะทาง 10 เมตรหรือ 33 ฟุต
-Protocal :Bluetooth v1.1 Compliant
-Encryption : 60-64Bit and 104/128Bit Wep Encryption
-ระบบที่ต้องการ : PPC, Symbian Phone, Linux, Windows xxx
-เป็น USB ฟอร์มแฟคเตอร์ที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งานทั้งบนเคร ื่องเดสก์ทอปและโน้ตบุ๊ค
-การแชร์ไฟล์ด้วยวิธี drag-and-drop จะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการ coolaboration ทำได้อย่างง่ายดาย
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
TTL คือ?
ค่า TTL เมื่อคุณใช้คำสั่ง ping คืออะไร ?
C:\Documents and Settings\f>ping 61.7.152.115 -t
C:\Documents and Settings\f>ping 61.7.152.115 -t
Pinging 61.7.152.115 with 32 bytes of data:
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=17ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=21ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=23ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=62ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=21ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=54ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=48ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=50ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=34ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=23ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=37ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=101ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=32ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=52ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=21ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=23ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=62ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=21ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=54ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=48ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=50ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=34ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=23ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=37ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=101ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=32ms TTL=53
Reply from 61.7.152.115: bytes=32 time=52ms TTL=53
Ping statistics for 61.7.152.115:
Packets: Sent = 14, Received = 14, Lost = 0 (0% loss),
Approximate round trip times in milli-seconds:
Minimum = 17ms, Maximum = 101ms, Average = 41ms
Packets: Sent = 14, Received = 14, Lost = 0 (0% loss),
Approximate round trip times in milli-seconds:
Minimum = 17ms, Maximum = 101ms, Average = 41ms
TTL ใช้บอกจำนวน Router หรือ Network ซึ่ง Traffic ทำการกระโดดข้าม ซึ่งจะต่างกันตามนี้ครับ
TTL 64 จะเป็น ระบบ Linux หรือ Router ขนาดเล็กๆ
TTL 128 เป็น OS พวก X86 เช่น Windows ต่างๆ
TTL 254 เป็น Router ขนาดกลาง และ ใหญ่ ครับ
TTL 128 เป็น OS พวก X86 เช่น Windows ต่างๆ
TTL 254 เป็น Router ขนาดกลาง และ ใหญ่ ครับ
ค่า TTL จะลดลงตามจำนวน Router ที่มันผ่านครับ
เช่น คุณปิงจากบ้านไปยังจุดหมายปลายทาง ดูตัวอย่างข้างล่างนะครับ
1. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องในวงแลนเดียวกัน ไม่มีการกระโดดผ่าน Router เนื่องจากเครื่องของคุณ และ ปลายทางเป็น OS X86 คุณจะได้ ค่า TTL = 128-0 = 128
2. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องต่างวงแลนกัน มีการกระโดดผ่าน Router 2 ตัว เนื่องจากเครื่องของคุณ และ ปลายทางเป็น OS X86 คุณจะได้ ค่า TTL = 128-2 = 126
3. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องในวงแลนเดียวกัน ไม่มีการกระโดดผ่าน Router เครื่องปลายทางเป็น Linux คุณจะได้ ค่า TTL = 64-0 = 64
4. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องต่างวงแลนกัน มีการกระโดดผ่าน Router 1 ตัว เครื่องปลายทางเป็น Linux คุณจะได้ ค่า TTL = 64-1 = 63
5. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ในวงแลนเดียวกัน คุณจะได้ ค่า TTL = 254-0 = 254
6. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ของเพื่อนคุณซึ่งเป็น Router ขนาดเล็ก (Linux Embeded) มีการกระโดดผ่าน 6 Router จะได้ ค่า TTL = 64-6 = 58
7.คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ของ ISP มีการกระโดดข้าม 4 ครั้ง คุณจะได้ ค่า TTL = 254-4 = 250
แล้ว ก็ ถ้า ค่า TTL ต่ำจนถึง จำนวนหนึ่ง ระบบจะตัดสัญญาณทิ้งทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า TTL Error หรือ Request time out ครับ
เมื่อค่า TTL มากหมายถึงดีกว่าเพราะว่าสามารถส่งผ่าน HUP ได้มากกว่าคับ...
เมื่อค่า TTL มากหมายถึงดีกว่าเพราะว่าสามารถส่งผ่าน HUP ได้มากกว่าคับ...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)